วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

การเปิดการค้าเสรีของของสมาคมอาเซียนมีผลต่ออาชีพในประเทศไทยเราหรือไม่


คำตอบนั้นก่อน! จะตอบเราต้องดูตัวอย่างของ Eu ของยุโรปก่อน ขนาดยุโรปมีผลกระทบของอัตราการจ้างงานเพียงแค่5%เท่านั้นของการเปิดการค้าทางเสรีของประเทศของเราเพราะการทำงานระหว่างประเทศนั้นเราจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติตามของกำหนดของเขาก่อน เช่น จำเป็นจะต้องได้ใบรับรอง การสอบของภาษา เป็นต้น ดังนั้นเราจึงไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีใครมาแย่งงานเรา อาชีพที่สามารถไปทำงานต่อต่างประเทศในข้อตกลงในที่นี้มีเพียงแค่ 7 อาชีพเท่านั้น 7 อาชีพที่ว่าก็คือ
1.หมอ จำเป็นจะต้องมีใบรับรองว่ารักษาแล้วไม่มีคนตาย,ต้องพูดสื่อสารกับคนไข้ได้(เป็นคนในประเทศที่จะไปนะจะได้รักษาถูก)
2.ทันตแพทย์
3.พยาบาล
4.วิศวกรรม ไม่ใช้วิศวะที่จบใหม่แล้วเข้าไปสมัครเลยนะต้องเป็นของบริษัทที่ส่งไปเท่านั้นนะ
5.สถาปัตยกรรม
6.นักสำรวจ น่าจะดีสำหรับคนไทยนะเพราะประเทศอย่างเช่น กัมพูชา พม่า ลาว เป็นต้น ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่ปิดตัวยังไม่มีการใช้ทรัพยากรอยู่ทำให้มีแหล่งทรัพยากรที่จะสำรวจเป็นจำนวนมากพอสมควร เช่น น้ำมัน แร่ ทอง
7.บัญชี
ซึ่งอาชีพที่กล่าวมานี้นั้นเป็นอาชีพที่ขาดแคลนกันอยู่ในทุกประเทศ


ทำไมเราเห็นชาวต่างชาติมาทำงานในประเทศเราได้ละ?
มี 3 สถานะที่เข้ามา คือ 1.ผู้ลงทุนต่างประเทศ 2.เป็นครูชาวต่างชาติที่แรกเปลี่ยนเข้ามา 3.เป็นแรงงานต่างประเทศเข้ามามาก เพราะจากตัวเลขของอัตราลูกจ้างในประเทศไทยเราลดลงอีกทั้งค่าแรงในประเทศเราสูงขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า คนงานต่างที่จะเข้าแย่งงานนั้นโอกาสที่จะทำได้นั้นยากพอควรซึ่งถ้าแย่งได้ก็ต้องเก่งกว่าเรามากๆหรือไม่ก็เจ้าของบริษัทเป็นขาวกัมพูชาเขาก็อาจจะจ้างคนของเขามากกว่าก็เป็นได้อันนี้ต้องระวังมากกว่าเดี๋ยวค่อยติดตามดู

แต่ผลกระทบนั้นมีผลต่อการค้านั้นเป็นส่วนใหญ่มากกว่า เช่น การเปิดตลาดลงทุนเสรี ละเว้นภาษีระหว่างประเทศในกลุ่มกันเอง จัดต้องกลุ่มการส่งออกของวัสดุ(การส่งออกของยางพารา ข้าว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศในกลุ่มของเรานั้นสามารถตั้งราคาสิ้นค้าส่งออกได้เอง) แต่ผลของกระต่องานของเราก็ยังมีอยู่อย่างเช่น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเอกชนนั้นสามารถเป็นของชาวต่างชาติได้มีต่อเราคือเมื่อชาวต่างชาติ(กัมพูชา)เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ในไทยทำให้เขาอาจจะใช้แรงงานในบ้านเขาไม่จ้างคนไทย(ถ้าฝีมือเราดีไม่พอ)ก็เป็นได้

จากการเปิดการค้าเสรีนั้นส่งผลกระทบของการเปลี่ยนฐานการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้ เพราะประเทศไทยเรานี้ค่าแรงสูงอีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นมีค่าแรงที่ต่ำกว่าและมีทรัพยากรที่ยั้งไม่ได้ใช้อยู่มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้มีโรงงานน้อยลงโดยการย้ายฐานการผลิตเท่ากับงานลดลงก็ได้ ตัวอย่างของประเทศที่น่ากลัวของอาเซียน เช่น พม่า(แต่ยังไม่แน่ไม่นอนเพราะยังไม่สงบสาธานูปโภคยังไม่ดีพอ)ประเทศนี้ถ้าเปิดประเทศมีผลดีมากๆคือมีทำเรที่เหมาเป็นประเทศที่เป็นทางผ่านของระหว่างจีนกับอินเดีย(จะมีลักษณะคล้ายกับสิงคโปร์)อีกทั้งยังมีทรัพยากรที่เหลือเฟือที่จะเป็นฐานการผลิตอีก ”น่าไปลงทุนจริงๆเลยประเทศนี้ถ้ามีตังนะ” แต่การย้ายฐานะผลิตนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานฝีมือเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น จำเป็นไหมที่พวกเราจะต้องรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ โดยการพัฒนาตัวของเราให้มีคุณภาพให้มากขึ้นไปพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เพราะถ้าตัวเรามีคุณภาพดีถ้าเป็นเจ้าของบริษัทจะจ่ายมากเท่าไรก็ไม่จำเป็น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น